INSIGHTS

พม่า…พรมแดนสุดท้ายที่เหลืออยู่
ข่าว

พม่า…พรมแดนสุดท้ายที่เหลืออยู่

{“order”:4,”name”:”subheader”,”attributes”:{“backgroundcolor”:”000000″,”imageAligment”:”left”,”linkTarget”:”_self”,”title”:”Insights”,”titleColor”:”FFFFFF”,”titlecolor”:”A8AABA”,”sling:resourceType”:”nielsenglobal/components/content/subpageheader”},”children”:null}
{“order”:8,”name”:”pubdate”,”attributes”:{“sling:resourceType”:”nielsenglobal/components/content/publishdate”},”children”:null}


การปฏิรูปทางการเมืองที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้รวมถึงประชากรจำนวนมากที่มีอายุน้อยและภาพรวมทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งทำให้ประเทศพม่าเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าดึงดูดเป็นอย่างมากสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับโลก ประชากรของประเทศพม่าได้ก้าวข้ามจำนวน 56 ล้านคนซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในอาเซียน ตลาดที่นี่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วพร้อมการใช้สื่อที่ขยายเพิ่มมากขึ้นและการพัฒนาของพฤติกรรมการซื้อ ดังนั้นการที่เราสามารถตามกิจวัตรของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงได้นั้นถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้บริษัทท้องถิ่นและบริษัทข้ามชาติประสบความสำเร็จในปีต่อๆ ไปข้างหน้า

นีลเส็น เอ็มเอ็มอาร์ดี (Nielsen MMRD) เผยเทรนด์หลักของสื่อและผู้บริโภคที่ทำให้พม่าเป็นหนึ่งในพรมแดนสุดท้ายของโลกที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ประชากร:

ณ ปัจจุบัน ประชากรกว่า 56 ล้านคน อาศัยอยู่ในพม่า โดยเกือบครึ่งหนึ่งของประชากร ( 47% ) มีอายุน้อยกว่า 24 ปี

เทรนด์การใช้สื่อ:

·        โทรทัศน์ถือเป็นสื่อที่มีคนใช้มากที่สุด ซึ่งประชากรประมาณครึ่งหนึ่ง ( 50.7 %)จะเปิดโทรทัศน์ดูทุกอาทิตย์  ตามด้วย วิทยุ ( 43.4 % การเข้าถึงผู้ชมรายอาทิตย์) วารสาร ( 29.8 %) หนังสือพิมพ์   (12.0 %) , นิตยสาร (7.6 %) และภาพยนตร์ (2.7% )

·        การใช้งานของอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ ยังคงมีอัตราส่วนที่ต่ำ มีเพียง 4% ของผู้บริโภคที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และมีการใช้งาน เฉลี่ย 3.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ การใช้งาน ในเมืองหลวงและปริมณฑลมีปริมาณที่เยอะกว่าเมื่อเทียบกับเขตเมืองและชนบทโดยมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตโดยเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 16.4 เทียบกับร้อยละ 7.8 และ ร้อยละ 0.7 ในเขตเมืองและชนบทตามลำดับ

เทรนด์การโฆษณา:

·        การโฆษณาของแบรนด์ต่างประเทศในพม่ามีจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมาหลังจากที่มีบริษัทต่างชาติจำนวนมากหลั่งไหลเข้าไปในประเทศ และจากการก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ที่ทำงาน 24 ชั่วโมง รวมถึงการจัดตั้งหนังสือพิมพ์ของภาคเอกชน  แบรนด์ท้องถิ่นจึงตามเทรนด์ด้วยการเพิ่มงบโฆษณาเพื่อแข่งขันกับธุรกิจใหม่ที่เพิ่งเข้ามาบุกในตลาด ในปี 2013 แบรนด์ต่างประเทศในพม่าได้ลงทุนกับการโฆษณาในประเทศพม่าถึง 87.5 ล้านดอลล่าสหรัฐ  ซึ่งเพิ่มขึ้นจากจำนวน 28.6 ล้านดอลล่าสหรัฐ ในปี 2010 ในช่วงเวลาเดียวกันปริมาณของแบรนด์ท้องถิ่นที่ลงทุนกับการโฆษณาก็เติบโตขึ้นจาก 28.4 ล้านดอลล่าสหรัฐ ในปี 2010 ไปยัง 64.4 ล้านดอลล่าสหรัฐ ในปี 2013

·        ในระหว่างปี 2001และ2013 อัตราการใช้จ่ายกับการโฆษณานั้นเพิ่มขึ้นถึง 13 เท่า จาก 11.7 ล้านดอลล่าสหรัฐ สู่ 152 ล้านดอลล่าสหรัฐ ทั้งนี้การเติบโตส่วนใหญ่นั้นอยู่ในช่วง 2008 และ 2013 จาก 57 ล้านดอลล่าสหรัฐ สู่ 152 ล้านดอลล่าสหรัฐ

·        ห้าอันดับประเภทของสินค้ายอดนิยมสูงสุดในการใช้งบโฆษณาในปี 2013 เมื่อดูจากสื่อทั้งหมดคือ แปรงสีฟันและยาสีฟัน ตามด้วยเครื่องดื่มกาแฟ (coffee mix) ยาสระผมและครีมนวดผม ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า และโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์สำหรับมือถือ ในขณะที่แบรนด์ 5 อันดับแรกที่ใช้งบโฆษณาสูงสุดคือ Colgate, Ovaltine, Signal, HTC และ Sunsilk

เทรนด์ของสินค้าประเภทหลัก:

·        สินค้าประเภทเครื่องดื่มกาแฟและน้ำอัดลมคือประเภทสินค้าที่อยู่ในกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดและเติบโตไวที่สุดในพม่า ระหว่างปี 2009 และ 2013 สินค้าประเภทเครื่องดื่มกาแฟ (coffee mixes) มีอัตราการเติบโตถึง 104 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 249 ล้านดอลล่าสหรัฐ ในขณะที่เครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมมีอัตราการโตถึง 126 เปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 161 ล้านดอลล่าสหรัฐ ในระหว่างช่วงเวลาเดียวกัน


หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ Suresh Ramalingam, Nielsen’s Managing Director, Thailand, Vietnam and Myanmar Cluster ที่ suresh.ramalingam@nielsen.com