INSIGHTS

What’s Next in Tech?
รายงาน

What’s Next in Tech?

การขยายตัวและอิทธิพลของเทคโนโลยีในช่วง 5 ปีข้างหน้านี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงทั่วโลก อย่างไรก็ตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นจะมีความแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค เนื่องจากบางประเทศอาจมีการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด ที่ก้าวข้ามผ่านรูปแบบของการพัฒนาแบบดั้งเดิม

รายงานฉบับนี้ได้มีการศึกษาปัจจัยต่างๆในภูมิภาค และพิจารณาว่าการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนั้นจะส่งผลต่อผู้บริโภค ผู้ค้าปลีก และแบรนด์สินค้าอย่างไร

โดยรายงานได้ระบุการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี 14 อย่างหลักๆ ในช่วงห้าปีถัดไป ซึ่งสี่อันดับแรกทั่วโลก ได้แก่ :

  • การขยายตัวยของเทคโนโลยีและระบบโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) ที่มีอยู่
  • การเรียนรู้และการตัดสินใจได้ด้วยตัวเองของเครื่องจักร
  • Big data และปัญญาประดิษฐ์ (AI)
  • เทคโนโลยีการชำระเงินแบบไร้เงินสด

นอกจากนี้เรายังมีการจัดอันดับความน่าจะเป็นของสถานการณ์ในอนาคตและผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นต่อผู้บริโภค ผู้ค้าปลีก และซัพพลายเออร์ จากการบรรจบกันของเทคโนโลยี (technology convergence) และอันดับต้นๆ ของผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในระดับโลก ได้แก่:

  • ผู้บริโภค (Consumers): เทคโนโลยีเพื่อความสะดวก; ผู้บริโภคยินดีที่จะยอมรับข้อเสนอแนะจากอุปกรณ์ต่างๆ อาจจะเห็นการเพิ่มขึ้นของการใช้งานโปรแกรมในการจับจ่ายใช้สอย (programmatic consumption) ซึ่งเป็นอันดับแรก ที่จะเกิดขึ้นในกลุ่มผู้บริโภค
  • ผู้ค้าปลีก (Retailers): การชำระเงินแบบทันใจ – การที่ของในตะกร้าได้รับการตรวจจับและได้ทำการจ่ายเงินทันทีที่ผู้บริโภคเดินออกจากร้านค้า
  • แบรนด์ที่เป็นที่คุ้นเคยของผู้บริโภค (Consumer-facing brands): การใช้เทคโนโลยีเพื่อการสร้างแบรนด์และการประชาสัมพันธ์

การยอมรับการใช้เทคโนโลยี (technology adoption) และผลกระทบจากเทคโนโลยีนั้นไม่ได้มีความเหมือนกันเลยเสียทีเดียวในแต่ละตลาด โดยจะมีความแตกต่างกันในระดับภูมิภาค ซึ่งได้ถูกอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญของเรา ไม่ว่าจะเป็นด้านของผู้บริโภค ด้านเศรษฐกิจ การเมือง และอื่น ๆ และปัจจัยเหล่านี้จะทำให้เราเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่อาจมีความสำคัญ ซึ่งตลาดต่างๆ ควรที่จะมุ่งเน้นในช่วงห้าปีถัดไป

ใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย อาจกล่าวได้ว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีนั้นไม่ได้แข็งแรงเท่ากับประเทศในแถบแปซิฟิกและจีน และผู้บริโภคจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และยังไม่มีสมาร์ทโฟน หรือ mobile subscription ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าทำไมผู้เชี่ยวชาญของเราจึงเชื่อว่าการแพร่กระจายของเทคโนโลยี หรือการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่จะมีผลกระทบต่อภูมิภาคเหล่านี้มากกว่าภูมิภาคอื่นๆ

นอกจากนั้นเรายังเห็นได้ว่าเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (sharing economy) ในเอเชียตะวันออกฉียงใต้และอินเดียนั้นติดอยู่ใน 4 อันดับแรกเลยทีเดียว  ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีเศรษฐกิจนอกระบบ (informal economy) ขนาดใหญ่อยู่ ซึ่งนี่อาจเป็นภาพสะท้อนว่าเทคโนโลยีนั้นได้ถูกนำมาใช้ในเศรษฐกิจนอกระบบเหล่านี้เพื่อที่จะสนับสนุนให้มีการทำธุรกรรมที่เยอะขึ้นและเห็นถึงความพยายามของผู้ประกอบการในการเข้าถึงผู้บริโภค  

ในแปซิฟิกซึ่งในแง่ของเทคโนโลยีถือว่าเติบโตในระดับหนึ่งแล้ว ทั้งมีการใช้งานหุ่นยนต์และโดรนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้เรามองว่าการใช้ อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of Things) และระบบขนส่งหรือการเดินทางแบบอิสระ (autonomous transport system) นั้นดูแล้วน่าจะสามารถเกิดขึ้นได้ในภูมิภาคนี้ ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้สามารถถูกเพิ่มเข้าไปในโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้วได้ ในขณะที่ต้นทุนในการลงทุนนั้นไม่ได้สูงเกินจนดูเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ต้องมีการพูดคุยและวางแผนอย่างเป็นระบบเพื่อที่จะให้เทคโนโลยีเหล่านี้สร้างอิมแพ็คได้สูงสุดในภูมิภาคนี้  

ในประเทศจีนที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการลงทุนในด้านพลังงานที่ยั่งยืนและมุ่งมั่นในการลดมลภาวะ ทำให้เทคโนโลยีที่สามารถทำให้เกิดพลังงานใหม่หรือพลังงานทดแทนนั้นได้รับการจัดอันดับให้เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญและมีผลกระทบสำคัญต่อประเทศ

อ่านรายงานฉบับเต็มสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนของสิ่งกีดขวางและโอกาสของแต่ละภูมิภาค รวมถึงเทรนด์ที่เราเห็นว่าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อวิธีการดำเนินธุรกิจในเอเชีย แปซิฟิก

ดู webinar ย้อนหลังได้ที่นี่.

ดาวน์โหลดรายงานได้ที่ลิ้งค์ด้านบน

อ่านรายงานฉบับเต็ม

คลิ๊กเพื่อดาวน์โหลด

What’s Next in Tech?

To access the full report, please provide the following info:

By clicking on Submit, I agree to the Privacy Policy and Terms of Use.