Press Releases

8% ของคนไทยอายุเกิน 18 ขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ คุยโทรศัพท์ไม่ใช้สมอลทอร์ค เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุสูงสุด

{“order”:0,”name”:”subheader”,”attributes”:{“backgroundcolor”:”000000″,”imageAligment”:”left”,”linkTarget”:”_self”,”pagePath”:”/content/corporate/th/th/press-room”,”title”:”PRESS ROOM”,”titlecolor”:”A8AABA”,”sling:resourceType”:”nielsenglobal/components/content/subpageheader”},”children”:null}
  • การคุยโทรศัพท์โดยไม่ใช้สมอลทอร์คและการดื่มเครื่องดื่มขณะขับรถเป็นกิจกรรมอันดับหนึ่งที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ตามด้วยการคุยกับผู้โดยสารและการเปลี่ยนช่องวิทยุ/ซีดี/เพลง
  • 36% ของผู้ขับขี่ยังคงคุยโทรศัพท์โดยไม่ใช้สมอลทอร์ค และ 35% ยังคงดื่มเครื่องดื่มขณะขับรถแม้เคยประสบอุบัติเหตุจากกิจกรรมดังกล่าวมาแล้ว
  • ผู้ขับขี่ไทยส่วนมากที่ขับรถโดยไม่มีใบขับขี่มีอายุระหว่าง 18-24 ปี

กรุงเทพ, 20 พฤศจิกายน–ข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่าจำนวนการรายงานอุบัติเหตุจราจรมีแนวโน้มลดลงในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามในปี 2555 ประเทศไทยยังคงมีรายงานอุบัติเหตุจราจรถึง 54,341 ราย โดยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 7,634 ราย บาดเจ็บสาหัส 3,551 ราย และมีจำนวนผู้บาดเจ็บเล็กน้อยถึง 17,465 ราย

จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคเกี่ยวกับการขับขี่รถยนต์และกิจกรรมที่ทำระหว่างการขับขี่ นีลเส็นเผยกิจกรรมในรถอันดับหนึ่งที่เป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุบนท้องถนนคือการคุยโทรศัพท์โดยไม่ใช้ สมอลทอร์ค (11%) ซึ่งมีความเสี่ยงเทียบเท่ากับการดื่มเครื่องดื่มขณะขับรถ รองลงมาคือการการพูดคุยกับผู้โดยสารและการเปลี่ยนช่องวิทยุหรือเพลงที่ฟังอยู่ (8%)  ผลสำรวจยังพบอีกว่า จำนวนผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ที่เคยประสบอุบัติเหตุหรือเกือบประสบอุบัติเหตุคือกลุ่มคนที่มีประสบการณ์การขับขี่มาแล้ว 3-5 ปี รองลงมาคือกลุ่มผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์การขับขี่มาแล้วถึง 11-15 ปี และผู้ขับขี่ไทยส่วนหนึ่ง (8%) ไม่ปฏิบัติตามกฏหมายด้วยการขับขี่รถยนต์โดยไม่มีใบขับขี่ ซึ่งส่วนมากจะมีอายุอยู่ที่ 18-24 ปี

จึงเกิดเป็นคำถามว่าความปลอดภัยของรถยนต์แท้จริงแล้วอยู่ที่ไหน ในขณะที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์หลายแห่งและผู้ขับขี่ให้ความสำคัญกับความแข็งแรงของโครงสร้างรถยนต์และมาตรฐานของระบบความปลอดภัยที่ปกป้องผู้ขับขี่อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งหมดนั้นคือการป้องกันหลังจากที่อุบัติเหตุได้เกิดขึ้นแล้ว และหนึ่งในสาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับผู้ขับขี่รถยนต์คือการทำกิจกรรมที่หันเหความสนใจของผู้ขับออกจากถนนหรือพวงมาลัยรถยนต์ ซึ่งเราสามารถเห็นได้จากผลสำรวจว่า 3 ใน 10 ของผู้ขับขี่รถยนต์ทั่วประเทศไทยนั้นเคยประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนมาแล้ว

“ที่น่าตั้งคำถามคือ หลังจากเกิดอุบัติเหตุแล้วผู้ขับขี่ยังกลับไปทำกิจกรรมนั้นๆ อีกหรือไม่ ซึ่งผลสำรวจออกมาว่าผู้ขับขี่ส่วนมากยังคงเปลี่ยนวิทยุและแผ่น CD ขณะขับรถ รวมถึงพูดคุยกับผู้โดยสาร แม้ว่าทั้ง 2 กิจกรรมนี้คือกิจกรรมอันดับต้นๆ ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุขณะขับขี่ นอกจากนั้น 36 เปอร์เซ็นต์ของผู้ขับขี่ก็ยังคงคุยโทรศัพท์โดยไม่ใช้สมอลทอร์ค” สมวลี ลิมป์รัชตามร ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยธุรกิจยานยนต์จากนีลเส็นกล่าว “นี่อาจแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมเหล่านี้เป็นกิจกรรมที่มีความจำเป็นต่อผู้ขับขี่และไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ที่สามารถเติมช่องว่างและตอบโจทย์ในเรื่องของความปลอดภัยในการออกแบบอุปกรณ์เสริม ฟังก์ชั่นและระบบของรถยนต์เพื่อช่วยลดทอนความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมของผู้ขับขี่ เป็นการเพิ่มสมรรถภาพด้านความปลอดภัยของยานยนต์ได้อีกช่องทางหนึ่ง ผลที่ออกมานี้ได้ฝากโจทย์ที่สำคัญไว้สำหรับผู้ผลิตรถยนต์ว่าระบบความปลอดภัยที่มีอยู่นั้นเพียงพอต่อผู้ขับขี่หรือไม่และหากว่าไม่พียงพอแล้วเราควรทำอย่างไร”

เกี่ยวกับ Nielsen

Nielsen Holdings N.V. (NYSE: NLSN) เป็นบริษัทผู้นำระดับโลกด้านการให้ข้อมูลและการสำรวจวิจัย โดยมีความเชี่ยวชาญทั้งทางด้านการตลาดและกลุ่มผู้บริโภค ด้านสื่อและการวัดความนิยมของสื่อทุกชนิด ด้านโลกออนไลน์ ด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร รวมไปถึงการวัดความสำเร็จของกิจกรรมส่งเสริมการขาย หรืองานอื่นๆ บริษัทนีลเส็นตั้งอยู่ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา และเมืองดีเมิ่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมที่เว็บไซต์ของนีลเส็น www.nielsen.com