ในสภาพแวดล้อมสื่อของยุคปัจจุบัน การใช้งานหลายหน้าจอไม่ใช่ข้อยกเว้น แต่เป็นบรรทัดฐาน ตั้งแต่การเลื่อนดูโซเชียลมีเดียอย่างไม่สิ้นสุดไปจนถึงการสตรีมแบบ OTT ชาวอินโดนีเซียกำลังบริโภคเนื้อหาผ่านหน้าจอต่างๆ มากกว่าที่เคย สิ่งนี้สร้างระบบนิเวศหน้าจอหลายจอที่มีชีวิตชีวา ซึ่งความท้าทายที่แท้จริงสำหรับแบรนด์ต่างๆ คือการเปลี่ยนความสนใจที่กระจัดกระจายให้กลายเป็นการเดินทางที่น่าดึงดูดและรวมเป็นหนึ่ง แต่ภายในความซับซ้อนนี้ยังมีข้อดีที่สำคัญ นั่นคือโอกาสในการดึงดูดผู้บริโภคผ่านหน้าจอต่างๆ ในรูปแบบที่กระตุ้นการค้นพบ สร้างความต้องการ และเร่งการซื้อ ท้ายที่สุดแล้ว หากโฆษณาของคุณไม่ได้มีไว้สำหรับบันทึกช่วงเวลาเหล่านี้ คู่แข่งของคุณก็จะต้องทำได้อย่างแน่นอน นี่คือคำมั่นสัญญาที่แท้จริงของการใช้งานหลายหน้าจอ
โอกาสในการฉายหลายจอ
จากข้อมูลล่าสุดของ Nielsen พบว่าคนรุ่น Gen Z และ Gen Y กว่า 70% ในอินโดนีเซียเป็นเจ้าของทั้งสมาร์ทโฟนและทีวี โดยการใช้สมาร์ททีวีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในครัวเรือนของคนเมืองและคนรุ่นใหม่ 1 แม้ว่าโทรทัศน์จะยังเข้าถึงครัวเรือนของคนทุกเจเนอเรชันได้ดี แต่การใช้งานสมาร์ทโฟนกลับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชมที่อายุน้อย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างเมืองและชนบทที่เพิ่มมากขึ้นในด้านการเชื่อมต่อดิจิทัล
การเปลี่ยนแปลงนี้สร้างความขัดแย้งให้กับผู้โฆษณา: การเข้าถึงที่มากขึ้นแต่ความสนใจกลับไม่ต่อเนื่อง การทำความเข้าใจว่าผู้คนบริโภคสื่ออย่างไรในปัจจุบันจึงมีความสำคัญ
ผู้ชมในปัจจุบันมีพฤติกรรมหลากหลาย ทั้งการสลับหน้าจอไปมาตลอดทั้งวัน การใช้อุปกรณ์หลายเครื่องพร้อมกันเพื่อทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน และการยกระดับประสบการณ์การรับชมหลักด้วยการค้นหาเนื้อหาหรือรายละเอียดที่เกี่ยวข้องบนอุปกรณ์อีกเครื่องหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนจากทีวีไปมือถือเพื่อค้นคว้าข้อมูลสินค้า เลื่อนดูโซเชียลมีเดียขณะรับชมรายการ หรือเจาะลึกสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอออนไลน์ พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนสร้างโอกาสที่สลับซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาให้แบรนด์ต่างๆ ได้เชื่อมต่อกัน
สำหรับแบรนด์ พฤติกรรมเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งรบกวนความสนใจ แต่เป็นเส้นทางสู่การค้นพบและการแปลง โดยเฉพาะในกลุ่มคนอินโดนีเซียที่อายุน้อย การดูทีวีหลายจอพร้อมกันมักนำไปสู่การค้นหาผลิตภัณฑ์ การซื้อทางออนไลน์ หรือการแชร์บนโซเชียลมีเดีย

Gen Z และ Gen Y ทำให้ห้องนั่งเล่นกลายเป็นศูนย์กลางทางการค้า
ผู้ชมชาวอินโดนีเซียที่อายุน้อย โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Gen Y ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ โดยทำให้พฤติกรรมการใช้หน้าจอหลายจอเป็นกลไกที่ทรงพลังในการค้นพบและยอดขาย ขณะที่ผู้ชมดูทีวีหรือสตรีมเนื้อหา OTT พวกเขาจะเรียกดูผ่านอุปกรณ์พกพาไปพร้อมๆ กัน โดยมักจะค้นหาแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ที่เพิ่งเห็น
จากข้อมูล Nielsen Consumer & Media View ล่าสุด พบว่าคนรุ่น Gen Z มีแนวโน้มมากกว่าคนอินโดนีเซียทั่วไปถึง 42% ที่จะค้นพบผลิตภัณฑ์ผ่านหน้าจอหลายจอ รองลงมาคือ Gen Y ที่ 8% 2 ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าเหตุใดแคมเปญบนหน้าจอหลายจอที่ซิงโครไนซ์กัน เช่น การจับคู่โฆษณาทางทีวีกับการรีทาร์เก็ตของ TikTok และคูปองอีคอมเมิร์ซ จึงมีประโยชน์ในการสร้างโมเมนตัมและผลักดันการแปลงข้อมูลที่มีความหมายในกลุ่มที่มีมูลค่าสูงเหล่านี้
ความท้าทาย: ข้อมูลที่กระจัดกระจายในโลกผู้บริโภคที่ไร้รอยต่อ
ในขณะที่ผู้บริโภคคาดหวังประสบการณ์แบรนด์ที่ราบรื่น ผู้โฆษณายังคงประสบปัญหาในการวัดผลสื่อแบบองค์รวม รายงานการตลาดประจำปี 2025 ของ Nielsen พบว่ามีเพียง 37% ของผู้ทำการตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเท่านั้นที่วัดผลการใช้จ่ายสื่อดิจิทัลและสื่อดั้งเดิมอย่างครอบคลุม
เนื่องจากผู้ชมแตกแขนงออกจากสื่อต่างๆ ข้อมูลที่ใช้ในการวัดการรับชมก็แตกแขนงออกไปเช่นกัน หากไม่มีการวัดผลสื่อต่างๆ ที่เหมาะสม เมตริกที่ไม่เข้ากันและการขาดความโปร่งใสจากคนนอกกลุ่มอาจทำให้ผู้โฆษณามองเห็นภาพรวมของการทำงานร่วมกันของจุดสัมผัสสื่อได้ยากขึ้น การแตกแขนงนี้ก่อให้เกิดปัญหามากมาย เช่น:
- การจัดสรรงบประมาณที่ผิดพลาด เนื่องจากผู้โฆษณาไม่สามารถระบุผลลัพธ์ในแต่ละหน้าจอได้ชัดเจน
- ความถี่ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการเปิดรับมากเกินไปและพลาดโอกาส
- การส่งข้อความที่ไม่สอดคล้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างกลุ่มรุ่นและภูมิศาสตร์
นักโฆษณาจะชนะในสภาพแวดล้อมหลายหน้าจอของอินโดนีเซียได้อย่างไร
เพื่อปลดล็อก ROI และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในภูมิทัศน์สื่อที่ซับซ้อนของอินโดนีเซีย นักการตลาดจะต้องพัฒนาจากการคิดเชิงแพลตฟอร์มไปสู่กลยุทธ์ที่เน้นกลุ่มเป้าหมาย

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับ CMO และนักการตลาด
ภูมิทัศน์สื่อของอินโดนีเซียมีความเปลี่ยนแปลงมากกว่าที่เคย แต่ความซับซ้อนไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อคุณ ในความเป็นจริง การแยกส่วนนี้จะกลายเป็นโอกาสในการเติบโตได้หากมีข้อมูลเชิงลึกที่ถูกต้องและการวัดผลที่เป็นหนึ่งเดียว
ที่ Nielsen เราช่วยให้แบรนด์ต่างๆ ก้าวผ่านสถานการณ์ปกติใหม่นี้โดยเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ชมให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการทำความเข้าใจผู้ชมทั้งหมด การเพิ่มประสิทธิภาพความคิดสร้างสรรค์ในทุกหน้าจอ หรือการปรับ ROI ให้สอดคล้องกับการลงทุนด้านสื่อ เราพร้อมช่วยเหลือคุณ
หมายเหตุ
1 ที่มา: Nielsen Consumer & Media View, 10+, National Urban, ไตรมาส 1 ปี 2025
2 Nielsen Consumer & Media View, 10+, National Urban, ไตรมาสที่ 1 ปี 2025 ในกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟน

ต้องการพูดคุยกับทีมผู้เชี่ยวชาญของเราไหม?




